🔔เรียนผู้บังคับบัญชา🔔
ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน
รายงานผลการจับกุมตามหมายจับ
วันที่ 25 มิถุนายน 2569
➡️ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน , พ.ต.ท.โกศลปิยะ สีมา รอง ผกก.สส.ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน นำโดย พ.ต.ท.ยุรนันท์ เพชรมณี สว.สส.สน.บางเขน , ร.ต.อ.สุรัตน์ บุญรักษ์ , ร.ต.ท.สุรพล ทิมพู , ร.ต.ต.ธนบดี สมไชยรัมย์ รอง สว.สส.ฯ พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน
➡️ผู้ถูกจับกุม ชาย อายุ 40 ปี ตำบลโนนสะอาด อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
➡️พร้อมของกลาง
1.เสื้อเชิ้ต สีกรมท่า จำนวน 1 ตัว (ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ)
1.เสื้อเชิ้ต สีกรมท่า จำนวน 1 ตัว (ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ)
2.กางเกงยีนส์ขายาว จำนวน 1 ตัว (ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ)
3.รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อไนกี้ สีขาว-ดำ จำนวน 1 คู่ (ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ)
4.กระเป๋าสะพายข้างสีดำ จำนวน 1 ใบ (ผู้ต้องหาสะพายขณะก่อเหตุ)
5.พระเครื่องสมเด็จวัดระฆัง จำนวน 1 องค์
➡️สถานที่จับกุม บริเวณหน้าโรงแรมสุขสวัสดิ์ 19 เลขที่ 19 ซ.สุขสวัสดิ์ 19 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ
➡️ข้อหา “ลักทรัพย์หรือรับของโจร”
➡️พฤติการณ์ ตาม ปจว. สน.บางเขน ลำดับ 30 วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16.22 น. มีผู้เสียหายแจ้งกับพนักงานสอบสวน สน.บางเขนว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ผู้เสียหายได้วางกระเป๋าสะพายข้างไว้บริเวณภายในสถานที่ก่อสร้างใกล้วงเวียนบางเขน ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ต่อมาได้พบว่ากระเป๋าดังกล่าวได้หายไป โดยภายในกระเป๋ามีทรัพย์สิน สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น , กำไลทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 วง , พระสมเด็จวัดระฆังฯเลี่ยมทอง 1 สลึง , โทรศัพท์มือถือไอโฟน 11 1 เครื่อง และเงินสดประมาณ 2,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเมื่อได้รับแจ้งจึงได้ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณสถานที่เกิดเหตุ พบชายต้องสงสัยสวมเสื้อเชิ้ตสีกรมท่า สวมกางเกงขายาว สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว-ดำ สะพายกระเป๋าข้างสีดำ เดินเข้ามาบริเวณสถานที่เกิดเหตุและได้หลบหนีมุ่งหน้าไปทางวงเวียนบางเขนฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีและสืบสวนหาข่าว(ตามเอกสารประกอบบันทึกจับกุม)จนทราบว่าผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือนายชัยวัฒน์ คำปรีดา อายุ 40 ปี เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1-4113-00052-22-2
ต่อมาวันนี้ ( 25 มิ.ย. 69 ) เวลาประมาณ 15.00 น. ก่อนทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าผู้ก่อเหตุได้พักอาศัยอยู่ที่โรงแรมสุขสวัสดิ์ 19 เลขที่ 19 ซ.สุขสวัสดิ์ 19 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชาย อายุ 40 ปี ยืนอยู่หน้าโรงแรมดังกล่าวฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ทำการสอบถามนายชัยวัฒน์ฯว่าเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ได้ไปก่อเหตุลักเอากระเป๋าของผู้เสียหายโดยภายในกระเป๋ามีทรัพย์สิน สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น , กำไลทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 วง , พระสมเด็จวัดระฆังฯเลี่ยมทอง 1 สลึง , โทรศัพท์มือถือไอโฟน 11 1 เครื่อง และเงินสดประมาณ 2,000 บาท ที่ผู้เสียหายวางไว้บริเวณภายในสถานที่ก่อสร้างใกล้วงเวียนบางเขน ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ไปหรือไม่ นายชัยวัฒน์ฯรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่าตนได้ไปก่อเหตุดังกล่าวมาจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดให้นายชัยวัฒน์ฯตรวจดู นายชัยวัฒน์ฯดูแล้วรับว่าตนคือชายในภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุและขณะหลบหนีจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สอบถามถึงทรัพย์สินดังกล่าว นายชัยวัฒน์ฯให้การว่าทรัพย์สินที่เป็นทองคำนายชัยวัฒน์ฯได้นำไปขายที่ ห้างทองเอกทวี(ตลาดลาดปลาเค้า รามอินทรา กม.2) , ร้านตำหนักทอง 5(ตลาดรังสิต) , ห้างทอง ดีดี รังสิต 5(ตลาดรังสิต) และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 11 ได้ทำการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ให้กับบุคคลไม่ทราบชื่อ โดยพระเครื่องฯและชุดที่สวมใส่ขณะก่อเหตุตนได้เก็บไว้ภายในห้องพักเลขที่ 207 หอพักแสงกาญจนวนิช ถ.สุขาภิบาล 3 ต.เชียงราก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายชัยวัฒน์ฯได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเข้าตรวจค้นภายในห้องพักดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบเสื้อเชิ้ต สีกรมท่า จำนวน 1 ตัว กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบสีขาว-ดำ ที่นายชัยวัฒน์ฯสวมใส่ขณะก่อเหตุ และ พระเครื่องสมเด็จวัดระฆัง จำนวน 1 องค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดี และจากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงมีเหตุอันควรสงสัยว่านายชัยวัฒน์ฯได้ก่อเหตุแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพิจารณาแล้ว มีพยานหลักฐานเป็นของกลางบางส่วนจึงเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่ที่พักเป็นหลักแหล่งและมีทรัพย์สินถูกประทุษร้ายไปหลายรายการที่ยังไม่ได้คืน ถ้าปล่อยตัวไปอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและยักย้ายทรัพย์สินยากต่อการติดตามและทรัพย์สินอีกส่วนหนึ่งตกอยู่ในครอบครองของบุคคลอื่นหากปล่อยตัวไปทรัพย์ดังกล่าวอาจถูกยักย้ายทำให้ขาดหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา และพฤติการณ์มีเหตุที่จะออกหมายจับบุคคลนั้นตาม ป.วิ อาญา มาตรา 66(2) แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลนั้นได้ และตาม ป.วิ อาญา มาตรา 78(3) พร้อมแจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้นายชัยวัฒน์ฯทราบ ในความผิดฐาน“ลักทรัพย์หรือรับของโจร” และแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ ณ สถานที่จับกุม จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาจัดทำบันทึกการจับกุมที่ สน.บางเขน จากนั้นได้แจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบอีกครั้ง นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อดำเนินการต่อไป